Two-Factor Authentication (2FA) คืออะไร?

หากบัญชีออนไลน์ของคุณไม่เคยโดนแฮก คุณจะนึกไม่ออกว่ามันยุ่งยากและน่ารำคาญใจแค่ไหน Blesssky Connexion อยากชวนให้คุณทำ 2FA วันนี้ สะดวกและทำได้ด้วยตัวเอง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งการใช้งานส่วนบุคคลและระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กร
Two-Factor Authentication - 2FA

Two-Factor Authentication หรือ 2FA น่าจะเป็นคำที่ใช้กันแพร่หลายมากกว่า “การตรวจสอบสิทธิ์แบบสองปัจจัย” ซึ่งหมายถึง การเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นให้กับบัญชีออนไลน์ของคุณ เป็นขั้นตอนที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ (Cyber Crime) ทั้งต่อหน่วยงานของรัฐ เช่น กรณีของโรงพยาบาลสระบุรีที่โดนแฮกฐานข้อมูลคนไข้ (ค.ศ. 2020) ต่อองค์กรและบริษัททั่วไปที่เป็นข่าวใหญ่ระดับโลก เช่น Garmin (ค.ศ. 2020) GoDaddy (ค.ศ. 2021) รวมทั้งระดับบุคคล ต่างพบได้บ่อยมากขึ้นโดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี 2FA นับเป็นแนวทางปฏิบัติที่สามารถใช้ป้องกันการถูกโจมตีได้ อีกทั้งสามารถติดตั้งได้ด้วยตนเอง สะดวกและง่ายดาย

รหัสผ่าน (password) ช่วยได้ แต่ไม่ได้ดีอย่างที่คิด

เป็นที่รับรู้กันมานานแล้วว่ารหัสผ่านไม่ได้ให้ความปลอดภัยเท่าที่ควร หากคุณสงสัยว่าการถอดรหัสเริ่มมีการทำกันได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ คำตอบคือเมื่อ 60 ปีที่แล้ว (ค.ศ. 1961) โดยนักศึกษาของ​สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ที่ถูกกำหนดให้แต่ละคนมีเวลาใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างจำกัด พวกเขาสามารถถอดรหัสผ่านของระบบซึ่งทำให้สามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้นานกว่าเวลาที่กำหนดไว้

น่าแปลกใจตรงที่ว่าแม้ต่อมาจะมีการคิดค้นวิธีรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่าการใช้รหัสผ่าน แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงใช้มันอยู่เช่นเดิมเพียงเพราะเป็นความเคยชินและเชื่อเอาเองว่ามันมีความปลอดภัยเพียงพอ รหัสผ่านจะปลอดภัยจริงๆ ก็ต่อเมื่อมีเพียงคุณเท่านั้นที่รู้ว่ารหัสนั้นคืออะไร โดยมีข้อแม้อีกว่าผู้อื่นต้องไม่สามารถคาดเดารหัสนั้นได้ด้วย ในความเป็นจริงอุปสรรคที่ทำให้รหัสผ่านใช้การได้ไม่ดีนัก เกิดจากปัจจัยดังต่อไปนี้

  • ความสามารถในการจำของคุณมีขีดจำกัด; จากการตรวจสอบรหัสผ่านจำนวน กว่า 1.4 พันล้าน รหัสที่ถูกขโมย พบว่ารหัสส่วนใหญ่ตั้งไว้ง่ายเกินไป กลุ่มที่แย่ที่สุดคือ “111111” “123456” “123456789” “qwerty” และ “password” รหัสเหล่านี้ใช้งานง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็ง่ายสำหรับแฮกเกอร์ในการถอดรหัสเช่นกัน
  • คุณมีจำนวนบัญชีออนไลน์มากเกินไป; การที่คุณมีบัญชีออนไลน์มากจนไม่สามารถจำรหัสผ่านได้ จะทำให้คุณมีแนวโน้มที่จะใช้รหัสผ่านซ้ำกันในหลายๆ บัญชี การทำเช่นนี้เปรียบได้กับการนำบัญชีของคุณใส่พานถวายให้กับแฮกเกอร์เลยทีเดียว เพราะเมื่อแฮกเกอร์นำรหัสผ่านที่ขโมยมาได้ไปค้นหาว่ามีบัญชีธนาคารหรือเว็บไซต์ช้อปปิ้งใดใช้รหัสเหล่านี้อยู่บ้างหรือไม่ ถ้าหากมีบัญชีเหล่านั้นจะถูกค้นเจอในเวลาไม่กี่วินาที

Two-Factor Authentication (2FA) คือคำตอบ

2FA เป็นการรักษาความปลอดภัยอีกชั้นที่เพิ่มเข้ามาเมื่อมีการขอเข้าถึงบัญชี เพื่อตรวจสอบว่าผู้ที่กำลังพยายามเข้าถึงบัญชีนั้นเป็นผู้ที่มีสิทธิ์จริง สมมุติว่าคุณคือผู้ขอเข้าถึงบัญชีนั้น คุณจะต้องยืนยันข้อมูลชุดแรก ได้แก่ ชื่อผู้ใช้ (user) และรหัสผ่าน (password) ตามปรกติ แต่แทนที่คุณจะเข้าถึงบัญชีได้ทันที คุณจะต้องยืนยันข้อมูลอีกชุด และการขอข้อมูล 2 ชุดนี้เอง เป็นที่มาของชื่อ Two-Factor Authentication (2FA) หรือ การตรวจสอบสิทธิ์แบบสองปัจจัย นั่นเอง

ข้อมูลชุดที่สอง จะเป็นหนึ่งในข้อมูลดังต่อไปนี้

  • บางสิ่งที่คุณรู้; อาจเป็นหมายเลขประจำตัวส่วนบุคคล (PIN) รหัสผ่าน คำตอบสำหรับ “คำถามลับ” หรือรูปแบบการกดแป้นพิมพ์เฉพาะ
  • บางสิ่งที่คุณมี; เป็นสิ่งที่คุณมีในครอบครอง เช่น บัตรเครดิต สมาร์ทโฟน หรือโทเค็นฮาร์ดแวร์ขนาดเล็ก
  • บางสิ่งที่คุณเป็น; หมวดหมู่นี้มีความทันสมัยกว่าเล็กน้อย มีการใช้ลักษณะทางกายภาพ เช่น ลายนิ้วมือ ม่านตา หรือการพิมพ์ด้วยเสียง

แม้ว่ารหัสผ่านของคุณจะถูกขโมย แต่การเข้าถึงบัญชีที่มีรักษาความปลอดภัยแบบ 2FA จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เพราะผู้อื่นจะไม่มีข้อมูลชุดที่สอง ดังนั้นถ้าการใช้งาน 2FA มีมากขึ้น ผู้ให้บริการเว็บไซต์และแอปฯ ต่างๆ ก็จะมั่นใจได้มากยิ่งขึ้นว่าอัตราการเข้าถึงบัญชีโดยผู้ไม่หวังดีจะลดน้อยลง

ประเภทของ 2FA

2FA ทุกประเภทสามารถป้องกันบัญชีของคุณจากการถูกโจมตีได้ดีกว่าการมีแค่รหัสผ่านเพียงอย่างเดียว 2FA บางประเภทมีความปลอดภัยสูงและซับซ้อนมาก แบ่งได้ดังนี้

1. 2FA รูปแบบที่เป็นโทเค็น (token)

Image: CryptoCard security token

เป็นรูปแบบของ 2FA ที่เก่าแก่ที่สุด มีขนาดเล็กคล้ายพวงกุญแจ ตัวมันเองจะทำการสร้างชุดรหัสตัวเลขใหม่ทุกๆ 30 วินาที ถ้าคุณเป็นผู้ที่กำลังพยายามเข้าถึงบัญชี คุณต้องนำรหัสตัวเลขที่กำลังแสดงอยู่บนโทเค็นป้อนกลับเข้าไปในเว็บไซต์หรือแอปฯ หลังจากที่ใส่ชื่อผู้ใช้ (user) และรหัสผ่าน (password) เรียบร้อยแล้ว โทเค็นฮาร์ดแวร์รุ่นต่อมามีการพัฒนาโดยสามารถโอนรหัส 2FA โดยอัตโนมัติเมื่อเสียบเข้ากับพอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์

2FA รูปแบบที่เป็นโทเค็นนี้มีต้นทุนที่สูง และเนื่องจากตัวอุปกรณ์มีขนาดเล็กจึงเกิดการสูญหายได้ง่ายระหว่างใช้งาน ที่สำคัญความปลอดภัยก็ไม่ได้ดีมากเท่าที่ควร

2. 2FA แบบใช้ข้อความสั้น (SMS) และเสียง (Voice)

เมื่อกรอกชื่อผู้ใช้ (user) และรหัสผ่าน (password) เสร็จเรียบร้อย คุณจะได้รับ SMS ซึ่งเป็นรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (one-time passcode – OTP) คุณจะสามารถเข้าถึงบัญชีก็ต่อเมื่อรหัส OTP นี้ถูกยืนยันเท่านั้น ส่วน 2FA แบบใช้เสียงก็เช่นเดียวกัน เพียงเปลี่ยนเป็นการโทรฯ เข้าเบอร์โทรศัพท์ของคุณเพื่อแจ้งรหัสแทนการส่ง SMS

2FA ทั้งแบบ SMS และเสียงถือว่าปลอดภัยพอสมควรหากนำมาใช้กับบัญชีออนไลน์ที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการรักษาความปลอดภัยของไซต์ที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้จำนวนมาก

3. 2FA แบบที่โทเค็นเป็นซอฟแวร์ (Soft Token)

เป็น 2FA ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ใช้รหัสผ่านที่ใช้ได้ครั้งเดียวภายใต้เงื่อนไขเวลาที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ (Time-based One-Time Password – TOTP)

คุณต้องดาวน์โหลดและติดตั้งแอปฯ 2FA บนสมาร์ทโฟนหรือเดสก์ท็อป และจะใช้ได้กับไซต์ที่รองรับ 2FA ในรูปแบบนี้เท่านั้น เมื่อคุณใส่ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเสร็จเรียบร้อย ต่อจากนั้นคุณจะต้องป้อนรหัสที่แอปฯ กำหนด โดยทั่วไปแล้วรหัสที่สร้างโดย Soft Token จะมีเวลาใช้งานได้ไม่เกินหนึ่งนาที และด้วยเหตุที่รหัสดังกล่าวถูกสร้างและแสดงบนอุปกรณ์เดียวกัน จึงทำให้ 2FA แบบที่โทเค็นเป็นซอฟแวร์นี้สามารถลดความเสี่ยงที่แฮกเกอร์จะทำการดักจับข้อมูลรหัสผ่านขณะที่กำลังมีการส่งจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้

ข้อดีอีกประการของ Soft Token คือสามารถใช้ได้ทั้งบนอุปกรณ์พกพา อุปกรณ์สวมใส่ หรือเดสก์ท็อป และแม้กระทั่งจะเป็นการทำงานแบบออฟไลน์ การตรวจสอบสิทธิ์ผู้เข้าใช้บัญชีจึงทำได้แทบทุกสถานการณ์

4. 2FA แบบที่เป็นข้อความเติือน (Push Notification)

โดยทั่วไปการใช้งาน 2FA จะเป็นการที่คุณต้องรอรับและป้อนข้อมูลจากโทเค็นเข้าไปยังไซต์ที่ต้องการเข้าถึงบัญชี แต่สำหรับรูปแบบ “Push Notification” เว็บไซต์และแอปฯ ต่างๆ สามารถส่งการแจ้งเตือนมาที่คุณว่ากำลังพยายามตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึง เมื่อคุณได้รับการแจ้งเตือนการเข้าถึงบัญชีจากอุปกรณ์ที่คุณใช้อยู่ คุณสามารถยืนยันเพื่ออนุมัติหรือปฏิเสธการเข้าใช้งานบัญชีได้ทันที เป็นการตรวจสอบสิทธิ์แบบไม่ใช้รหัสผ่านใดๆ

ด้วยการทำงานที่เชื่อมต่อโดยตรงอย่างปลอดภัยระหว่างผู้ใช้งาน ผู้ให้บริการ 2FA และอุปกรณ์ จึงช่วยขจัดโอกาสในการถูกฟิชชิ่ง (phishing) การโจมตีโดยแฮกเกอร์ที่แทรกตัวเข้ามาระหว่างการส่งข้อมูล หรือการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่ออุปกรณ์ดังกว่ามีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและแอปฯ ได้ทำการติดตั้งไว้แล้วเท่านั้น เป็นรูปแบบการรักษาความปลอดภัยที่ใช้งานง่ายและปลอดภัยกว่าเมื่อเทียบกับรูปแบบ 2FA อื่นๆ ข้างต้น

5. 2FA รูปแบบอื่นๆ

Biometric 2FA เป็นการใช้ข้อมูลทางชีวภาพเพื่อตรวจสอบสิทธิ์ในการเข้าถึงบัญชี โดยที่ผู้ใช้เปรียบเสมือนกับตัวโทเค็น สามารถใช้ได้ทั้งลายนิ้วมือ รูม่านตา และการจดจำใบหน้า เพื่อการยืนยันสิทธิ์ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาการยืนยันสิทธิ์โดยใช้เสียงบรรยากาศรอบข้าง ชีพจร รูปแบบการพิมพ์ และรูปแบบเสียง อีกไม่นานรูปแบบ 2FA ดังที่วา่มานี้จะมีให้คุณได้ใช้งานแน่นอน
====================

เราตระหนักดีว่าความต้องการและเป้าหมายของแต่ละองค์กรนั้นไม่เหมือนกัน ทำให้การเตรียมความพร้อมในการจัดการระบบคอมพิวเตอร์แตกต่างกันตามบริบทของแต่ละองค์กร เราจึงยินดีให้คำปรึกษาและบริการตรวจสุขภาพของระบบไอทีวันนี้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ติดต่อเราได้ที่ 02-679-8877 หรืออีเมล sales@blesssky.com

Blesssky Connexion มอบประสบการณ์ด้านไอทีที่ดีที่สุดให้แก่คุณ

Share:

Shopping Cart
Scroll to Top
ไซต์นี้ลงทะเบียนกับ wpml.org ในฐานะไซต์พัฒนา สลับไปยังไซต์การผลิตโดยใช้รหัส remove this banner.

This website uses cookies to enhance your browsing experience and ensure the site functions properly. By continuing to use this site, you acknowledge and accept our use of cookies.

Accept All Accept Required Only