การปกป้องข้อมูล สำคัญอย่างไร

การปกป้องข้อมูลไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจใหญ่ แต่เป็นความสำคัญสำหรับทุกคน เรียนรู้วิธีจัดการข้อมูลอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ และเสริมสร้างความมั่นใจในโลกดิจิทัล

การปกป้องข้อมูลสำคัญอย่างไร ?? ทำไมองค์กรถึงไม่ควรมองข้าม?

ในยุคที่ข้อมูลกลายเป็นทรัพย์สินล้ำค่า หลายๆคนอาจเข้าใจว่า “การปกป้องข้อมูล” หรือ Data Protection คือการสำรองข้อมูล (Backup) ไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เช่น หากข้อมูลหาย ก็สามารถกู้คืน (Restore) ได้ง่าย ๆ แต่ นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมดที่มี!

บทความนี้ เราจะพาคุณเจาะลึกว่า การปกป้องข้อมูล(Data Protection) แท้จริงแล้วคืออะไร? ทำไมเราต้องทำ? และที่สำคัญ ถ้าไม่ทำแล้วจะเกิดอะไรขึ้น!

ข้อมูลที่ต้องปกป้อง มีอะไรบ้าง?

ในแต่ละองค์กรจะมีข้อมูลหลากหลายประเภทด้วยกัน ตัวอย่างเช่น

  • Text File: เอกสารข้อความ เช่น Notepad
  • Image File: ไฟล์รูปภาพ เช่น JPG, PNG
  • Document File: ไฟล์เอกสาร เช่น Word, PDF

ถ้ามีข้อมูลที่สำคัญกว่าไฟล์ทั่วไปล่ะ?

อย่างเช่น ข้อมูลบัญชี ข้อมูลการเงิน หรือข้อมูลลูกค้า เอกสารพวกนี้ไม่ได้อยู่ในรูปของไฟล์ง่าย ๆ แต่ต้องทำงานร่วมกับระบบด้วย เช่น

  • ระบบบัญชี (Accounting System)
  • ฐานข้อมูล (Database)

ข้อมูลเหล่านี้เปรียบเสมือน “หัวใจ” ของธุรกิจถ้าหายไป แก้ไขผิดพลาด หรือโดนทำลาย อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำงานจนถึงขั้นทำให้ธุรกิจหยุด

ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ถ้าไม่ปกป้องข้อมูล

ข้อมูลสูญหาย : อาจเกิดจาก Hard Disk เสีย ไฟดับ หรือไวรัสโจมตี
ข้อมูลถูกแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต : บางครั้งเราอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครแก้ไข หรือแก้ไปเมื่อไหร่
ข้อมูลไม่พร้อมใช้งาน : สมมติลูกค้าต้องการข้อมูลด่วน แต่ระบบล่มจะเป็นอย่างไร
จากเหตุการณ์ตัวอย่างที่ยกมาสรุปได้ว่าการ Backup อย่างเดียวนั้นไม่พอ เราต้องมั่นใจว่าข้อมูลที่สำรองไว้
“ถูกต้อง” และ “ใช้งานได้” ทุกเมื่อ

ขอบคุณข้อมูลจาก Ablenet.co.th อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Ablenet

C.I.A. Triad: สูตรลับปกป้องข้อมูลให้มั่นคง

การปกป้องข้อมูลที่ดี ให้ยึดตามหลัก C.I.A. Triad ซึ่งย่อมาจาก:

C: Confidentiality (การรักษาความลับ)
จำกัดการเข้าถึงข้อมูลให้เฉพาะผู้ที่มีสิทธิ์ เช่น ใช้ Username และ Password รวมถึงระบบ Access Control ป้องกันผู้ไม่หวังดี

I: Integrity (ความถูกต้อง)
ข้อมูลต้องไม่ถูกแก้ไข หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต และเมื่อต้องส่งข้อมูล ต้องมั่นใจว่าข้อมูลเหมือนต้นฉบับทุกประการ

A: Availability (ความพร้อมใช้งาน)
ข้อมูลต้องใช้งานได้ทุกเมื่อ เช่น มีระบบสำรองไฟ (UPS) ป้องกันไฟดับ และใช้ Cloud Storage เพื่อให้เข้าถึงได้ 24/7

Checklist: เริ่มต้นปกป้องข้อมูลในองค์กร

  1. ตรวจสอบระบบที่ใช้งานว่ามีการเช็คสิทธิ์ก่อนเข้าใช้งานหรือไม่ ถ้าไม่มีการตรวจสอบ หรือมีการใช้สิทธิ์ร่วมกัน ให้เปลี่ยนสิทธิ์ใช้งานเป็นแยกกัน username/password ตามเจ้าของ user
  2. ตรวจสอบ Username/Password ของผู้ใช้ทั้งหมด เพื่อเข็คว่ามี uername ใดที่ไม่ได้ใช้งานแล้วบ้างเช่น user ของพนักงานที่ลาออกไปแล้ว หากพบขึ้นมาให้ทำการ disable หรือ delete เพื่อป้องกันการใช้งาน (ควรกำหนดระยะเวลาในการตรวจสอบเป็นรอบๆ เช่น ทุก 3 เดือน, 6 เดือน เป็นต้น)
  3. จำกัดสิทธิ์เข้าใช้งานของแต่ละ user ให้เป็นไปตามระบบ เช่น พนักงาน A เคยทำงานอยู่แผนกบัญชีแต่ปัจจุบันย้ายไอยู่แผนกบุคคล ดังนั้น ถ้าพนักงาน A ไม่มีความจำเป็นในการใช้ข้อมูลบัญชีแล้ว ก็สามารถลบสิทธิ์ออกไปได้ (ควรกำหนดระยะเวลาในการตรวจสอบเป็นรอบๆ เช่น ทุก 3 เดือน, 6 เดือน เป็นต้น)
  4. กำหนดสิทธิ์ต่ำสุดที่จำเป็น (Least Privilege Access) พร้อมกำหนดระยะเวลาในการเข้าใช้งานสิทธิ์ด้วย เมื่อครบกำหนดเวลาที่ตั้งไว้สิทธิ์จะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ
  5. สำรองข้อมูลเป็นประจำ เช่น วันละครั้ง หรือตามเวลาที่กำหนด
  6. ทดสอบสื่อที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล ว่าพร้อมใช้งานหรือไม่ และต้องมีอย่างน้อย 2 ชุด โดย 1 ชุดต้องสำรองข้อมูลล่าสุดไว้เสร็จแล้ว และไม่ต่อเข้ากับระบบ (Offline backup media) หากเก็บข้อมูลไว้ในระบบ cloud ต้องทดสอบว่าสามารถเรียกคืนข้อมูลได้ตามที่ Cloud Provider แจ้งระยะเวลา SLA กับเราในสัญญา
  7. ทดสอบกู้คืนข้อมูล (Restore Test) อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
  8. เช็คความพร้อมใช้งานของระบบ
    • กรณีใช้งานเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร (On-Premise)
      • การรับประกัน: ตรวจสอบว่าเซิร์ฟเวอร์ยังอยู่ในระยะการรับประกันหรือไม่ หากไม่อยู่ให้ต่ออายุ หรือพิจารณาจัดหาเครื่องใหม่ทดแทน
      • UPS สำรองไฟ: ตรวจสอบว่ามี UPS ป้องกันไฟดับหรือไม่ และทดสอบว่า UPS สามารถจ่ายไฟสำรองได้นานเพียงพอหรือไม่
      • การซัพพอร์ตระบบ: ยืนยันว่าระบบสำคัญ (เช่น ระบบบัญชีหรือการเงิน) สามารถติดต่อฝ่ายซัพพอร์ตจากผู้ผลิตได้เมื่อเกิดปัญหา
    • กรณีการใช้งานระบบคลาวด์ (Cloud-Based System)
      • ความปลอดภัย: ตรวจสอบว่าการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตมีการเข้ารหัสหรือใช้ VPN เพื่อความปลอดภัยหรือไม่
      • การสำรองข้อมูล: ตรวจสอบความถี่ในการสำรองข้อมูลที่ Cloud Provider จัดให้ หากยังไม่เพียงพอให้เพิ่มความถี่หรือเสริมการสำรองข้อมูลเพิ่มเติม
      • SLA การกู้คืนข้อมูล: ตรวจสอบว่า SLA (Service Level Agreement) ของผู้ให้บริการคลาวด์สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจหรือไม่
      • อินเทอร์เน็ตสำรอง: ควรมีอินเทอร์เน็ตอย่างน้อย 2 เส้น เพื่อป้องกันการหยุดชะงักหากลิงก์หลักมีปัญหา

การปกป้องข้อมูลไม่ใช่หน้าที่ของแผนก IT เพียงอย่างเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบของทุกคนในองค์กร ตั้งแต่ผู้บริหารถึงพนักงานทุกระดับ หากองค์กรของคุณต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม ทีมงาน Blesssky พร้อมช่วยออกแบบระบบ Data Protection ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ ติดต่อเราได้ที่ 02-679-8877 หรือ sales@blesssky.com หรือคลิกที่ปุ่ม Get a Quote เพราะข้อมูลของคุณ เราพร้อมปกป้องอย่างมืออาชีพ!

Share:

Shopping Cart
Scroll to Top
ไซต์นี้ลงทะเบียนกับ wpml.org ในฐานะไซต์พัฒนา สลับไปยังไซต์การผลิตโดยใช้รหัส remove this banner.

This website uses cookies to enhance your browsing experience and ensure the site functions properly. By continuing to use this site, you acknowledge and accept our use of cookies.

Accept All Accept Required Only