มาทำให้บัญชีกูเกิล (Google) ของเราปลอดภัยกันเถอะ

กูเกิลเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการบนโลกออนไลน์ที่มีจำนวนผู้ใช้งานมหาศาล BX มาพร้อมเคล็ดลับเพื่อช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบ และทำบัญชีใช้งานของคุณปลอดภัยจากการโดนแฮค

กูเกิลเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการบนโลกออนไลน์ที่มีจำนวนผู้ใช้งานมหาศาล เพราะมีสินค้าและบริการที่หลากหลาย BX (Blesssky Connexion) เชื่อว่าคุณผู้อ่านก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้งานที่มีบัญชีของกูเกิล และเราต้องการชวนให้คุณมาให้ความสนใจกับเรื่องพื้นฐานที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ การทำให้บัญชีกูเกิลของคุณมีความปลอดภัย ถ้าคุณเองไม่อยากจะต้องเจอกับปัญหาบัญชีโดนแฮค รวมถึงความยุ่งยากอื่นๆ ที่จะตามมา

ถ้าบัญชีกูเกิลของคุณยังไม่ปลอดภัย คุณจะได้รับการแจ้งเตือนว่า “พบปัญหาด้านความปลอดภัย” ซึ่งสามารถแก้ไขได้ทันทีด้วยการกดที่เมนู “รักษาความปลอดภัยให้บัญชี”

จากนั้นจะพบหน้าต่าง “การตรวจสอบความปลอดภัย” พร้อมคำแนะนำว่าคุณควรทำอะไรบ้าง รวมถึงขั้นตอนที่คุณได้ทำไปเรียบร้อยแล้ว

จากภาพด้านบน ขั้นตอนที่มีเครื่องหมายถูกสีเขียวแสดงว่า คุณได้ทำขั้นตอนนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่หากปรากฏเครื่องหมายตกใจสีเหลือง หมายความว่ากูเกิลแนะนำให้คุณปรับเปลี่ยนหรือแก้ไข ซึ่งคุณสามารถคลิกที่เมนูดังกล่าว แล้วเริ่มทำตามคำแนะนำได้เลย

BX แนะนำ 5 วิธี ซึ่งหากคุณทำอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้บัญชีกูเกิลของคุณปลอดภัย

1. ตั้งค่าการตรวจสอบความปลอดภัย

ไปที่ Security Checkup เพื่อดูคำแนะนำการรักษาความปลอดภัยสำหรับบัญชี Google ยกตัวอย่างเช่น

1.1 เพิ่มหรือปรับปรุงตัวเลือกการกู้คืนบัญชี

หมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่อีเมลของคุณสำหรับการกู้คืนบัญชีเป็นเครื่องมือรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ โดยกูเกิลจะใช้ข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่อีเมลนี้เพื่อ

  • ป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าใช้งานบัญชีของคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • แจ้งเตือนหากมีสิ่งที่น่าสงสัยเกิดขึ้นกับบัญชีของคุณ
  • กู้คืนบัญชีหากคุณไม่สามารถเข้าสู่ระบบบัญชีได้

1.2 ตั้งค่าการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน (2-step verification)

การยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน นอกจากเจ้าของบัญชีต้องใส่รหัสผ่านเพื่อลงชื่อใช้งาน จะต้องทำอีกขั้นตอนหนึ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้แฮคเกอร์เข้าถึงบัญชีของคุณได้ถึงแม้ว่าจะได้รหัสผ่านไปแล้วก็ตาม การตั้งค่าการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน จะช่วยให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีรูปแบบให้เลือกหลาย เช่น

  • Security keys เป็นอุปกรณ์ลักษณะเหมือน flash drive ใช้เสียบเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ยืนยันตัวตนในการเข้าใช้งานอีเมลหรือบริการออนไลน์ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยมากที่สุด
  • Google Prompts คือ การใช้โทรศัพท์มือถือกดยืนยันเพื่อลงชื่อใช้งานอีเมลแทนการใส่รหัสผ่าน เพียงกรอกอีเมลในเมนู “Try using your phone to sign in” จากนั้นกดยืนยันจากข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏในโทรศัพท์มือถือ โดยขั้นตอนนี้ปลอดภัยกว่าการยืนยันด้วย SMS
  • รหัสสำรอง จะใช้งานได้แค่ครั้งเดียว ซึ่งมีเป็นประโยชน์อย่างมากในกรณีที่คุณจำเป็นต้องลงชื่อใช้งานบัญชีของคุณในคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น การใช้รหัสผ่านที่เป็นรหัสสำรองจะช่วยป้องกันไม่ให้รหัสผ่านจริงของคุณถูกขโมย
  • Google Authenticator คือแอปพลิเคชันที่จะสร้างชุดรหัสตัวเลขแบบสุ่ม 6 ตัวขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับการลงชื่อเข้าใช้งานบัญชี โดยชุดตัวเลขที่สร้างขึ้นมาในแต่ละครั้ง จะหมดอายุภายใน 1 นาที และชุดตัวเลขที่ถูกสร้างขึ้นในแต่ละครั้งจะสามารถใช้งานได้เฉพาะกับบัญชีที่ผูกไว้กับแอปพลิเคชันแล้วเท่านั้น

1.3 ลดการเข้าถึงข้อมูลที่อาจทำให้เกิดความเสี่ยง

ลองพิจารณาเพื่อยกเลิกการเข้าถึงข้อมูลในแอปพลิเคชันที่ไม่จำเป็นเพื่อเพิ่มการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลให้ดีขึ้น

  • พิจารณาการตั้งค่าการเข้าถึงข้อมูลในบัญชีกูเกิลของแต่ละแอปพลิเคชันที่คุณใช้งาน
  • ยกเลิกการเข้าถึงข้อมูลในบัญชีกูเกิลสำหรับแอปพลิเคชันที่มีระบบความปลอดภัยในการลงชื่อเข้าใช้น้อย

2. อัพเดทซอฟต์แวร์

หากระบบปฏิบัติการ เว็บเบราว์เซอร์ หรือแอปพลิเคชันที่ใช้งานอยู่ล้าสมัย อาจทำให้คุณตกเป็นเป้าหมายของแฮคเกอร์ได้ง่าย การอัพเดทสิ่งดังกล่าวให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด จะช่วยให้บัญชีปลอดภัยมากขึ้น

3. ใช้รหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก

ถ้าคุณใช้รหัสผ่านเดียวกันในทุกบัญชี ถือได้ว่ามีความเสี่ยงอย่างมาก เพราะถ้าหากรหัสผ่านที่ใช้กับบัญชีหนึ่งถูกแฮค ทุกบัญชีก็จะเสียหายทั้งหมด เพราะฉะนั้นควรใช้รหัสผ่านที่ผู้อื่นจะไม่สามารถคาดเดาได้และแตกต่างกันในแต่ละบัญชี

  • การตั้งค่ารหัสผ่าน
  • การรักษาความปลอดภัยให้รหัสผ่าน

4. ลบแอปพลิเคชันและเว็บเบราว์เซอร์ที่ไม่จำเป็น

ควรติดตั้งเฉพาะแอปพลิเคชันและเว็บเบราว์เซอร์ที่จำเป็นเท่านั้น อีกทั้งหลีกเลี่ยงการติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งที่มาที่คุณไม่รู้จักเพื่อปกป้องอุปกรณ์และข้อมูลส่วนตัว

5. ระวังข้อความและเนื้อหาที่น่าสงสัย

คุณต้องรู้ไว้เสมอว่าแฮคเกอร์สามารถใช้อีเมล ข้อความทางโทรศัพท์ (SMS) หรือเว็บไซต์ เพื่อแอบอ้างเป็นสมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานได้ เพื่อความปลอดภัยคุณจึงต้อง

5.1 หลีกเลี่ยงการกดอ่านคำขอ (requests) ที่น่าสงสัย

  • อย่าให้รหัสผ่านไม่ว่ากับใครก็ตาม เนื่องจากกูเกิลไม่มีนโยบายในการถามรหัสผ่านผ่านทางอีเมล หรือข้อความทางโทรศัพท์
  • อย่าตอบอีเมล หรือข้อความทางโทรศัพท์ที่น่าสงสัยที่ส่งมาขอข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการเงิน
  • อย่าคลิกลิงก์ที่ส่งมาในอีเมล ข้อความ หน้าเว็บไซต์ หรือกล่องข้อความที่ปรากฏบนเว็บไซต์ หรือจากผู้ส่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

5.2 หลีกเลี่ยงการกดอ่านอีเมลที่น่าสงสัย

Gmail ออกแบบมาเพื่อช่วยปกป้องบัญชี โดยจะแจ้งเตือนกรณีพบอีเมลที่น่าสงสัยโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับเพื่อช่วยให้คุณรู้ว่ามีอีเมลที่น่าสงสัยส่งมา โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • ตรวจสอบว่าอีเมลและชื่อผู้ส่งตรงกันหรือไม่
  • หากได้รับอีเมลที่น่าสงสัยใน Gmail ให้กดรายงานว่าอีเมลนั้น เป็นอีเมลขยะ (spam) หรือ อีเมลฟิชชิ่ง (phishing) เพื่อช่วยให้กูเกิลสามารถกำจัดอีเมลในลักษณะคล้ายกันได้ในครั้งต่อไป
  • ตรวจสอบการตั้งค่า Gmail เพื่อดูว่าไม่มีสิ่งที่น่าสงสัยเกิดขึ้น

หากสังเกตเห็นสิ่งที่น่าสงสัยเกิดขึ้นในบัญชีกูเกิล Gmail หรือบัญชีอื่นๆ ของกูเกิล ให้สันนิษฐานว่าอาจมีผู้อื่นเข้าใช้งานบัญชีของคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต และหากสงสัยว่าบัญชีของคุณถูกแฮคให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชีกูเกิลที่ต้องการตรวจสอบความปลอดภัย
  2. ตรวจสอบกิจกรรมที่เกิดขึ้น และอุปกรณ์ที่มีการเข้าใช้งานบัญชี
    • คลิก tab “ความปลอดภัย” (security)
    • เลือก tab “ตรวจสอบการดำเนินการด้านความปลอดภัย” (review security events)
    • ตรวจหากิจกรรมที่น่าสงสัย หากพบกิจกรรมที่คุณไม่ได้ทำ ให้เลือก “ไม่ใช่ ฉันไม่ได้ทำ” (No, it wasn’t me) แล้วทำตามขั้นตอนที่ปรากฏเพื่อดำเนินการรักษาความปลอดภัยให้บัญชีต่อไป แต่หากหากเป็นกิจกรรมที่ทำ ให้เลือก “ใช่” (Yes)

หากอุปกรณ์ที่เข้าใช้งานคุณเองก็รู้จัก แต่คุณเชื่อว่ายังมีคนอื่นกำลังใช้บัญชีของคุณอยู่ ให้ตรวจสอบต่อว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นหรือไม่ ถ้าเจอว่ามีก็อาจมีคนอื่นใช้งานบัญชีกูเกิลของคุณอยู่จริง ๆ

  • มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหมายเลขโทรศัพท์ อีเมลสำรอง อีเมลสำหรับติดต่อสำหรับการกู้คืนบัญชี หรือแก้ไขชื่อในบัญชีกูเกิล เป็นต้น
  • มีการทำธุรกรรมการซื้อที่คุณไม่ทราบมาก่อน มีการเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าข้อมูลการชำระเงิน มีการชำระเงินไปยังบัญชีธนาคารที่ไม่ถูกต้อง หรือมีการเรียกเก็บเงินค่าโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตใน Google Ads เป็นต้น
  • มีการแจ้งเตือนการลงชื่อเข้าใช้บัญชีที่ผิดปกติ หรือลงชื่อเข้าใช้ในอุปกรณ์ใหม่ มีการแจ้งเตือนว่ามีการเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน หรือการตั้งค่าความปลอดภัยอื่น ๆ ซึ่งคุณไม่ได้เป็นคนเปลี่ยน

หากคุณคิดว่ามีผู้อื่นลงชื่อเข้าใช้บัญชีกูเกิลของคุณ ให้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่านของสิ่งต่อไปนี้ทันที

  • บัญชีกูเกิล
  • แอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่ใช้รหัสผ่านเดียวกันกับบัญชีกูเกิล
  • แอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่ลงชื่อเข้าใช้ด้วยอีเมลบัญชีกูเกิล
  • แอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่คุณบันทึกรหัสผ่านไว้ในบัญชีกูเกิล

นอกจากบัญชีส่วนบุคลของกูเกิลแล้ว BX แนะนำให้คุณทำการประเมินระบบและสภาพแวดล้อมของเครือข่ายในองค์กร ด้วยบริการ IT Health Check ของเราซึ่งไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการตัดสินใจพัฒนาประสิทธิภาพระบบไอทีขององค์กร คลิกเพื่อรับบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

อ้างอิงจาก Google

========================

ติดต่อเราเพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้นได้ที่ 02-6798877 หรืออีเมล sales@blesssky.com

Share:

Shopping Cart
Scroll to Top
ไซต์นี้ลงทะเบียนกับ wpml.org ในฐานะไซต์พัฒนา สลับไปยังไซต์การผลิตโดยใช้รหัส remove this banner.

This website uses cookies to enhance your browsing experience and ensure the site functions properly. By continuing to use this site, you acknowledge and accept our use of cookies.

Accept All Accept Required Only